รีโนเวทคอนโดเก่าเป็นเรือนหอชิคๆสไตล์Biker

รีโนเวทคอนโดเก่าเป็นเรือนหอชิคๆสไตล์Biker

[Total: 0    Average: 0/5]

Sharing is caring!

รีโนเวทคอนโดเก่าเป็นเรือนหอชิคๆสไตล์Biker

 

ขนาดคอนโดเล็กกว่าบ้านค่อนข้างมาก หลายคนอาจคิดว่าคงไม่เหมาะกับการสร้างครอบครัว หรือบรรยากาศไม่ค่อยเหมือนกับการอยู่บ้านสักเท่าไร แต่วันนี้Renovate.in.th ได้นำไอเดียของคู่รักคู่หนึ่งเจ้าของกระทู้ คุณสมาชิกหมายเลข 1575141 สมาชิกเว็บไซต์Pantip.com จะทำให้เห็นว่าไม่ว่าจะอยู่คอนโดหรือบ้านก็ไม่ต่างกัน สามารถเปลี่ยนคอนโดเก่าให้สวยใรแบบสไตล์ของเราและเหมาะการใช้ชวิตเป็นคู่ เนื่องจากเจ้าของกระทู้รักBigbike เป็นชีวิตจิตใจ ทำให้บ้านออกมาในสไตล์โมเดิร์น เท่ๆ แต่ทันสมัย และการรีโนเวทคอนโดใหม่ให้เป็นเรือนหอที่มีบรรยากาศใกล้เคียงกับบ้านมากที่สุด และน่าจะเป็นไอเดียที่โดนใจเพื่อนหลายๆคนด้วย เราไปดูกันเลยค่ะ

 

 


…การตัดสินใจใช้ชีวิตคู่เป็นเรื่องยาก แต่การแต่งคอนโดเป็นเรือนหอกับคู่ชีวิตเป็นเรื่องยากกว่า…

สวัสดีค่าาา ห่างหายจากการรีวิวไปนาน วันนี้เรากลับมาพร้อมกับเรือนหอหลังใหม่ใจกลางกรุงเทพ ของขวัญชิ้นโบว์แดงสำหรับชีวิตคู่ที่เรากับคุณสามีช่วยกันเก็บหอมรอมริบมาด้วยกัน บอกเลยว่าเทหมดหน้าตักค่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วขอมารีวิวให้ดูกันนะคะ

หลังแต่งงานเราย้ายไปอยู่บ้านสามีแถวชานเมืองค่ะ เดินทางค่อนข้างลำบาก เพราะไกลจากที่ทำงานพอสมควร  เรากับสามีเลยตัดสินใจว่าจะย้ายมาอยู่ในเมืองกันดีกว่า ตอนแรกเริ่มที่คุยกันคือ จะเช่าคอนโด แต่คิดไปคิดว่าซื้อดีกว่า เลยตัดสินใจซื้อคอนโดเป็นเรือนหอของเราเอง แต่จริงๆ แล้วเราทั้งคู่ชอบความรู้สึกของการอยู่บ้านนะคะ  มันรู้สึกอบอุ่น มีความสะดวกสบายครบทุกอย่าง (แต่ราคาบ้านในเมืองนี่เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน) เลยตั้งใจไว้ว่าถ้าซื้อคอนโดก็จะทำให้บรรยากาศเหมือนบ้านมากที่สุด

เราเริ่มตระเวนหาคอนโดตั้งแต่ช่วงกลางๆ ค่อนปลายปีที่แล้ว ไปสำรวจคอนโดมาหลายที่ ตั้งแต่ย่านลาดพร้าว แถบสุขุมวิท ไล่มาเรื่อยๆ สุดท้ายเพื่อนแนะนำคอนโดแถวสาทร แล้วเราก็ตกลงซื้อที่นี่เลยค่ะ เหตุผลหลักๆ ก็คือเดินทางสะดวกดี ทะลุด้านหลังซอยไปเจอเส้นนราธิวาสราชนครินทร์ พระราม3 คลองเตย แถมขึ้นทางด่วนที่จะออกไปบางนาได้เลย ทะลุด้านหน้าไปเจอเส้นสาทร สีลม พระราม4 อยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานของเราทั้งคู่ด้วย แล้วอีกอย่างคือ เดี๋ยวนี้คอนโดไม่มีห้องเดี่ยวๆ ที่จะกว้างขนาดนี้ในราคาแบบนี้อีกแล้ว เลยตกลงกันว่าจะซื้อที่นี่แหละ

หลังจากนั้นเราก็มาช่วยกันออกไอเดียแต่งคอนโดให้เป็นเรือนหอ เราทั้งสองคนคิดเหมือนกันว่าอยากให้คอนโดใหม่มีอารมณ์แบบบ้านที่อยู่เดิม แต่อยากได้ความโมเดิร์นขึ้น และที่พิเศษอีกอย่างคือ คุณสามีเรารัก Big Bike เป็นชีวิตจิตใจ เค้าเลยอยากให้ห้องมีกลิ่นอายความเท่ด้วย ตามประสาผู้ชายอ่ะเนอะ ส่วนเราชอบเฟอร์นิเจอร์แนวเรียบๆ แต่ดูดี อย่างของ Habitat คุณสามีเลยให้เราจัดการแต่งห้องตามใจเราเลย เค้าไม่เกี่ยง  เราเลยพยายามเอาความชอบของเราทั้งคู่มารวมกัน เลยออกมาเป็นบ้าน Biker สไตล์โมเดิร์น เท่ๆ แต่ทันสมัย จะเป็นยังไง ลองดูกันนะคะ

ตอนนี้รีโนเวททั้งห้องแล้ว แต่ว่ายังแต่งไม่เสร็จนะคะ (ยังไม่ได้ย้ายเข้ามาอยู่เลย) ได้แค่ห้องนั่งเล่น ส่วนกินข้าวแล้วก็ครัว ที่ตอนนี้เอาไว้สังสรรค์กับเพื่อนๆ เหลือพวกเฟอร์ของห้องนอนกับจัดของในห้องแต่งตัว คืออยากรีบมารีวิวก่อน เพราะกลัวว่าถ้าขนของเข้ามาหมดจะรกไปกว่านี้

มาดูในส่วนของแปลนห้องกับ reference กันค่ะ

นี่เป็นแปลนเดิมของห้องที่ซื้อมาค่ะ พื้นที่ประมาณ 80 ตร.ม. จะแบ่งเป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ 2 ห้อง แล้วก็ห้องนอน 2 ห้องค่ะ

อันนี้คือภาพที่เราวาดๆ ไว้ในหัวค่ะ อยากให้ตัวห้องนั่งเล่นออกมาเป็นแนวนี้ ส่วนห้องครัวเราไม่ติดอะไรค่ะ ขอแค่เรียบๆ สะอาดๆ เลยไปเลือกหน้างานเอาเลย (อาจจะออกมาไม่เป๊ะเหมือนแบบทั้งหมดนะคะ แบบนี้ดูไว้เป็นคร่าวๆ เฉยๆ)

ส่วนนี้คุณสามีเค้ายกหน้าที่ออกแบบ ตกแต่งห้องให้เราเลยค่ะ เริ่ดมาก ทีนี้เลยปรึกษาเพื่อนที่เป็นอินทีเรีย ว่าไม่อยากมีห้องนอน 2 ห้อง อยากได้เป็นห้องแต่งตัวกว้างๆ ตามประสาผู้หญิงมากกว่า ในขณะเดียวกันก็ยังอยากคงคอนเซ็ปต์ที่วางกันไว้แต่แรกคือให้อารมณ์เหมือนบ้าน ที่บอกว่าเหมือนบ้านของเรานี่คือ มีส่วนต่างๆ ครบตามที่บ้านมี คือ ส่วนนั่งเล่น ส่วนกินข้าว ครัว ทำงาน ห้องนอน ห้องแต่งตัว

เลยได้แปลนใหม่ออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ รีโนเวทใหม่ทั้งห้อง เพราะเราว่าห้องเดิมๆ ที่มีพวก built-in ตู้กับเคาท์เตอร์สีไม้มันทึบๆ ทึมๆ เกินไป
และนี่เป็นแปลนใหม่หลังรีโนเวทแล้วค่ะ

มาดูส่วนของการรีโนเวทกันค่ะ เราอยากได้ built-in สำหรับเก็บของ  และอยากเปลี่ยนสไตล์การแต่งห้องตามที่เราทั้งคู่ตั้งใจเอาไว้ ซึ่งคุณสามีก็เห็นดีด้วย เลยลงทุนรีโนเวทใหม่ เบ็ดเสร็จ ส่วนนี้ หมดไปประมาณ 700k ค่ะ ใช้เวลา 4 เดือน กว่าจะเสร็จนี่ลากเลือด เสียอารมณ์ไปหลายทีกับช่างรับเหมา พูดแล้วโมโห อ๊ะๆ ปล่อยผ่านค่ะ ไหนๆ ก็สำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว

ส่วนที่เราทำใหม่ หลักๆ นะคะ
1. ลอก wallpaper เก่าออกทั้งห้อง เพราะมันมีบางส่วนที่มีรา
2. รื้อฝ้าเพดานออกทั้งหมด เพราะปลวกกิน
3. รื้อพื้นเก่าที่เป็นปาเก้ออก เพราะพื้นเก่าหน้าไม้มันบางเลยขัดไม่ได้  แล้วปูพื้นเอ็นจิเนียร์ริ่งวูดใหม่
4. ทุบผนังห้องด้านหน้าซ้ายมือ  เพื่อติดชุด built-in ไว้สำหรับเก็บของให้เป็นระเบียบ
5. ทาสีประตู+ผนังใหม่ทั้งห้อง
6. เดินท่อน้ำและสายไฟใหม่
7. เปลี่ยนหน้าต่าง+ประตู
8. ติด built-in

แค่ฟังก็เพลียแล้วเนอะ กว่าจะได้ห้องที่ถูกใจนี่ใช้เวลานานมากจริงๆ มาดูสภาพห้องเดิมๆ ก่อนช่างจะลงมือรื้อกันค่ะ

BEFORE

  ในห้องกระจกบานใหญ่ติดไว้ด้วย ตอนแรกว่าจะเอาออก แต่คุณแม่บอกว่า เสียดาย บวกกับจะยกลงก็ลำบาก (ห้องเราอยู่ชั้น 7 ค่ะ) ก็เลยตัดสินใจย้ายเอาไปไว้ในห้องแต่งตัว ตอนที่เพื่อนมาที่ห้อง นางบอกว่า อย่างกะห้องเต้นบัลเล่ต์

ชุด built-in เดิมที่มาพร้อมห้อง รื้ออกมาแล้วเรายกให้ช่างไปเลย

  อันนี้ช่างเริ่มลงมือทำมาได้สักพักแล้วค่ะ เราไม่ได้ถ่ายรูปมาครบทุกขั้นตอนนะคะ อาจจะมีข้ามๆ ไปบ้าง เพราะไม่ค่อยได้แวะไปดู ส่วนใหญ่คนที่แวะไปดูจะเป็นคุณสามีค่า เราแค่โทรศัพท์สั่งการ

 

AFTER

ภาพห้องหลังจากรีโนเวทแล้ว

รีโนเวทเสร็จแล้ว ห้องดูสว่างและกว้างขึ้นเยอะเลยค่ะ เริ่มรู้สึกมีพื้นที่โล่งเหมือนอยู่บ้านขึ้นมาละ ลบภาพห้องทึมๆ มืดหม่นไปได้เลย  ประตูสีเหลืองนี่ช่วยให้ห้องสดใสขึ้น คิดไม่ผิดเลยที่เลือก  ความจริงยังมีต้องติดผ้าม่านตรงหน้าต่างเล็กๆ ใกล้ๆ ประตูด้วย แล้วก็มีพวกตู้เย็นที่สั่งมาแล้วแต่ยังไม่ได้มาส่ง กับเฟอร์นิเจอร์บางอย่างที่ยังไม่ได้ตกลงเลือกมา

พอเตรียมห้องเสร็จแล้ว เรากับคุณสามีก็เริ่มขับรถไปตามหาเฟอร์นิเจอร์เก๋ๆ จากที่ต่างๆ ตามคอนเซ็ปต์ที่คิดกันไว้ ช่วงนั้นยอมรับเลยว่าเหนื่อยมาก จันทร์-ศุกร์ทำงาน เสาร์-อาทิตย์สิงอยู่ตามร้านเฟอร์นิเจอร์ทั้ง เอสบี อินเด็กซ์ แถวทองหล่อก็ไป นาทีนั้นใครบอกที่ไหนดี ที่ไหนเริ่ด เราก็ไปทัวร์มาหมด ถึงจะเหนื่อยแต่แฮปปี้สุดๆ

เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะชิ้นใหญ่ๆ เราซื้อใหม่ค่ะ จะมีพวกชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่เอามาจากบ้านแม่สามี กว่าจะได้เฟอร์นิเจอร์ที่ถูกใจใช้เวลานานเลยค่ะ  สุดท้ายก็ไปตายรัง ได้พวกชิ้นหลักๆ อย่างโซฟา โต๊ะ ที่ Habitat  CDC (ที่เลือกของแบรนด์นี้เพราะเราชอบตั้งแต่ตอนที่มีร้านอยู่ที่สยามดิสแล้วอะ) ความจริงเราอยากได้หลายชิ้นมาก  แต่โดนคุณสามีเบรกไว้ค่ะ นางบอกให้ใจเย็นๆ ค่อยๆเลือก   ตอนแรกกะจะซื้อโซฟา 3 ตัว แต่โดนเบรกว่า มีกันอยู่ 2 คนจะเอาไปทำไมนักหนา คุณสามีเลยให้ผ่านแค่ 2 ตัวคือโซฟาตัวใหญ่ 1 และเล็ก 1

นี่แค่ห้องนั่งเล่นอย่างเดียว กว่าจะเข้าที่ก็ใช้เวลาแต่งห้องพอสมควรเลย(ใช้เวลาเยอะตอนที่เลือกเฟอร์นิเจอร์นี่แหละ) มาดูส่วนที่เราตกแต่งเสร็จไปบ้างแล้ว แทบจะอดใจรอให้เสร็จเร็วๆ ไม่ไหว

คราวนี้มาโฟกัสแต่ละมุมแบบชัดๆ กันนะค๊าา

เปิดประตูเข้ามาขวามือ อันนี้เราทุบผนังออก แล้วใส่ตู้ built-in เข้ามาแทน ไว้เก็บของรกๆ ให้เป็นระเบียบ  อารมณ์แบบเพื่อนมาหาและเก็บของยัดเข้าตู้แล้วปิดฝา ห้องก็โล่งละ เราเอาไว้ใส่พวกกระเป๋า รองเท้า ของจุกจิก คือตู้นี้ส่วนใหญ่เป็นสมบัติของเราทั้งนั้นค่ะ มีเว้นโล่งๆ ไว้ตรงกลางตู้ไม่ให้มันดูทึบเกินไป เอาไว้สำหรับวางพวกหนังสือ กับพวกของตกแต่งบ้านเล็กๆ น้อยๆ ด้วย (ประตูสีเหลืองๆ นั่นคือ ห้องนอนค่ะ แต่ตอนนี้ยังโล่งอยู่เลย)

นี่คือแค่ส่วนหนึ่ง ยังไม่ได้ขนเอามาจากที่บ้านพ่อแม่ไม่หมดเลยค่ะ

ส่วนมุมนี้เรากับแฟนปลื้มมากค่ะ นี่แหละห้องนั่งเล่นในฝันเลย ไม่เสียแรงที่เลือกเฟอร์นิเจอร์เองกับมือ เราชอบโซฟาหนังตัวนี้ของ Habitat มากกกกกก (เรียกได้ว่าคลั่งไคล้)  ส่วนโคมไฟตั้งพื้นด้านหลัง นี่คือฝีมือการเลือกของคุณสามีล้วนๆ ค่ะ เขาอยากได้อารมณ์เท่ๆ ดูเป็นสตูดิโอ

ตรงนี้ถ้ามองเฉยๆ อาจจะคิดว่าเป็นที่สำหรับนอนเล่นธรรมดาๆ  แต่ที่จริงแล้วเราว่ามันเจ๋งมากค๊า อยากพรีเซนต์สุด ประเด็นคือ โต๊ะหน้าโซฟานี่แหละ ซื้อมาเพราะมันมีลูกเล่น สามารถปรับพับขึ้นพับลง กางๆ หุบๆ ได้

มาดูทีละ step กันนะคะ  เวลามีแก๊งเพื่อนมาบุกห้อง เราก็แค่กางโต๊ะเล็กออก แล้วมันก็จะกลายเป็นโต๊ะใหญ่ไว้รับแขกได้หลายคน  จะดูทีวี ทำงาน อ่านหนังสือ หรือกินเบียร์กับเพื่อนๆ  มุมนี้เลยเป็นมุมที่เวลามาเราจะกางคอมแล้วนั่งแช่ดูทีวีตรงนี้แหละ

 

เวลาเพื่อนๆ มาเที่ยวที่ห้อง เราก็จะเอาเก้าอี้มาเพิ่ม หรือถ้าอยากสบายๆ หน่อยก็เปลี่ยนมานั่งพื้นแทน แบบนี้ก็ชิลดีค่ะ

 

 

ถัดมามุมนี้เราจัดเอาใจคุณสามีเป็นพิเศษ  หลังจากที่เรายึดเอาตู้ built-in ไปใส่พวกกระเป๋า รองเท้ากับของกระจุกกระจิกแล้ว 5555555555 มุมนี้ยังเอาไว้สำหรับเก็บของและโชว์หมวกกันน็อคเท่ๆ ที่เค้าชอบ นี่ถ้าเค้าซื้อหมวกกันน็อคอีก สงสัยคงได้ซื้อตู้เพิ่มแน่ๆ

 

ต่อมาเป็นมุมโต๊ะทำงาน ที่ยังไม่เคยได้ใช้แบบจริงๆ จังๆ เลยสักที 5555555 เพราะไปนั่งทำงานตรงโซฟา ถ้าย้ายเข้ามาอยู่แล้วคงได้ใช้งานเต็มที่ แต่ที่ตั้งใจไว้ก็คือ เราจะเน้นความเรียบง่ายสบายตา จะได้มีสมาธิ เลยเลือกโต๊ะทำงานไม้แบบเรียบๆ กับเก้าอี้นั่งสบายๆ นั่งแล้วจะได้ไม่ปวดไหล่ ปวดหลัง โต๊ะนี้มีลิ้นชักเล็กๆ ไว้เก็บพวกสมุดเล่มน้อยๆ ด้วย แต่อย่างที่บอกว่า ตอนนี้ยังขนของมาไม่หมด คาดว่าในอนาคตเราอาจจะไปสอยชั้นเก็บเอกสารมาวางชิดผนังอีกสักชั้นค่ะ

 

 

มาดูโซนกินข้าวกันต่อ ด้วยความที่เราชอบสไตล์เรียบๆ เลยขอเลือกโต๊ะ+เก้าอี้เรียบๆ ที่ดูเข้าชุดกัน คุมโทนขาว-ดำ ตอนแรกว่าโล่งไป เลยไปแกะภาพที่บ้านเก่ามาแปะ แต่ก็ยังดูโล่งๆ อยู่เลยเนอะ เรามีสั่งตู้เย็นเอาไว้ ว่าจะมาวางไว้ตรงมุมติดประตูครัวเลยค่ะ

มาถึงส่วนสุดท้ายของห้องกันแล้ววว

นี่เป็นครัวเล็กๆ กะทัดรัดของเราเอง ครัวนี่ก็รื้อใหม่ทั้งชุดเหมือนกัน เราเลือกแต่งด้วยโทนสีเดียวกับห้องด้านใน จะได้เข้ากันทั้งหมด ยังไม่ได้ใช้จริงๆ จังๆ เลย มีแค่ชงกาแฟ ทำกับแกล้มบ้างเล็กน้อย เลยยังใหม่เอี่ยมอยู่เลย ถ้าย้ายเข้ามาอยู่จริงๆ คงเลอะเทอะกว่านี้แน่นอน 5555555555

จบแล้วค่ะสำหรับรีวิวเรือนหอคู่รัก Biker ของเราทั้งสองคน จากคอนโดว่างๆ เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว เราพยายามจะแต่งคอนโดให้มีความสะดวกครบครัน และให้บรรยากาศสบายๆ เหมือนอยู่บ้าน ซึ่งตอนนี้อาจจะยังตกแต่งไม่เสร็จดีนะคะ  แต่อยากเอาบางส่วนที่เสร็จแล้วมาให้ดูก่อน(แบบว่าเห่อมาก 55555) ยังไงถ้าส่วนอื่นเสร็จเรียบร้อยเมื่อไหร่ เราจะมาอัพเดตอีกที ขอบคุณที่ตามดูรีวิวของเราจนจบค่ะ

 


ที่มา : คุณสมาชิกหมายเลข 1575141 สมาชิกเว็บไซต์Pantip.com