เปลี่ยนแฟลตตำรวจธรรมดา เป็นห้องน่าอยู่สไตล์ Hipster & Minimal
เปลี่ยนแฟลตตำรวจธรรมดา เป็นห้องน่าอยู่สไตล์ Hipster & Minimal
ถือเป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่น้อย กับการได้อยู่ในสื่งที่เรารัก รวมไปถึงหากเรามีห้องส่วนตัวสักห้องหนึ่ง คิดว่าถ้าเราได้อยู่ห้องในสไตล์ที่เราชอบก็คงดีต่อสุขภาพจิตและการทำงาน ให้รู้สึกอบอุ่น ได้อยู่กับสิ่งที่เราชอบ วันนี้เรานำไอเดียดีๆจาก สมาชิกหมายเลข 2897102 จากเว็บไซต์ pantip.com มาเป็นแนวทางในการปรับปรุงตกแต่งห้องของเพื่อนๆกันค่ะ
สวัสดีเราขอออกตัวก่อนว่าเราเป็นตำรวจ

สำหรับกระทู้นี้ก็เป็นการแชร์ไอเดียจัดห้อง และเพื่อให้คนที่กำลังจะลองจัดห้องครั้งแรก (เช่นผม) ได้ศึกษาวิธีการ ‘เริ่ม’ จัดทำ เพราะผมว่ามันเป็นอะไรที่ยากและสำคัญที่สุดแล้วครับ ซึ่งนี้ก็เป็นการรีโนเวทห้องซึ่งเป็นแฟลตตำรวจแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ตัว จขกท. เองเพิ่งเรียนจบ และเริ่มทำงานมีแฟลตส่วนตัว เลยคิดว่าถ้าเราได้อยู่ห้องในสไตล์ที่เราชอบก็คงดีต่อสุขภาพจิตและการทำงาน จึงเริ่มรีโนเวทแฟลตในรูปแบบที่เรียบง่าย โล่งๆ แต่รู้สึกอุ่นๆ ได้อยู่กับสิ่งที่เราชอบ ซึ่งขอบอกก่อนว่าการรีโนเวทของ จขทก. หลักๆแค่ซื้อของเข้ามาใส่ และจัดจากห้องโล่งๆ แล้วเพิ่มพลังเข้าไปเท่านั้นครับ
สภาพแฟลตทั่วไป พอพูดว่าเป็น แฟลตตำรวจ หลายคนอาจนึกภาพแฟลตหลอนๆ สกปรก น้ำไม่ไหล เพดานรั่ว นั้นท่านคิดถูกแล้วครับ

อันนี้เป็นห้องของรุ่นพี่ จขกท. ในแฟลตเดียวกัน สภาพห้องผมก่อนหน้าที่รุ่นพี่ผม (พี่แบงค์ พี่บีม พี่โต้ และพี่ฟิว) จะมาช่วยบูรณะก็น่าจะประมาณนี้ครับ ต้องขอขอบคุณพี่ๆไว้ ณ ที่นี้ครับ


ส่วนห้องผมอยู่ชั้นสูงสุด ชั้น 5 จึงเป็นอุปสรรคต่อการขนของเล็กน้อย แต่วิวก็สวยดีครับ

สภาพโดยรวมของห้อง ได้ผ่านการซ่อมแซมมามากแล้วน่ะครับ ทั้งทาสี และปูกระเบื้อง ซ่อมเพดาน โดยรุ่นพี่ จขกท. ซึ่งผมก็ถือว่าโชคดีอย่างนึงคือ ได้ห้องแฟลตที่มีขนาดใหญ่ที่สุด แฟลตห้องอื่นๆจะเล็กกว่านี้มากพอสมควรครับ

ในส่วนของประตูห้องไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรครับ เพราะเปลี่ยนใหม่ก็แพง และคิดว่ามันคลาสิคดี สติ๊กเกอร์ กระดาษหนังสือพิมพ์แบบนี้ก็หาไม่ได้แล้ว คิดซะว่าเป็นมรดกครับ
ส่วนนี้ก็ เจ้าของห้องคนเก่าครับ ชื่อแบมแบม

ตามคอนเซปดีไซน์เรา เรียบ โล่ง อุ่นๆ ฮิปๆ มินิๆ ตอนแรกก็เริ่มหาต้นเเบบหรือไอเดียจัดห้องที่ชอบก่อนเนาะ หาเทคนิคการจัดห้องจากกระทู้อื่นๆ สังเกตโทนสีที่เข้ากัน (ง่ายๆคือ ตอนแรกไม่มีความรู้เกี่ยวกับการตกแต่งภายในนั้นเอง) รวมถึงดูจากการจัดห้องตัวอย่างของ IKEA และหาดูภาพจาก Pinterest ครับ



ซึ่งของหลักๆ จขกท. จะซื้อกับ IKEA จะมีของ Home pro, Index บ้าง Robinson Lazada จตุจักรก็ไป แต่ไม่ค่อยได้อะไรครับ
สำหรับห้องแรกที่ผมจัดนั้นก็คือห้องนอน ซึ่งตัวผมเองก็มีความฝันอยู่อย่างคือ ได้มีที่นอนที่ไม่มีเตียง และมีโซฟาเป็นของตัวเอง


สีหลักๆ ก็ให้ออกไปทางสีขาวครับ เพื่อที่จะได้ดูกว้างโล่งสว่างดี ส่วนโทนสีน้ำเงินอันนั้นผมชอบเป็นการส่วนตัว การเรียงหนังสือก็ซ่อนสัน เพื่อให้เห็นเฉพาะส่วนที่เป็นสีกระดาษสีเดียวครับ

ลูกกลมสีขาวดำ (วิซูแนร์) ที่ใช้ประดับ จริงๆเขาประกอบเป็นลูกกลมๆใช้ห้อย แต่ จขกท. ก็เอามาพับครึ่งติดกับผนัง ซึ่งก็ได้ไอเดียมาจากการจัดห้องของ IKEA ครับ ส่วนสติ๊กเกอร์ได้มาจากซีดีหนังเรื่องหนึ่ง ก็ติดไว้เตือนใจ

อันนี้ถ่ายมาจาก IKEA ใช้มาเป็นไอเดียประยุกต์ในการจัดห้องของเราเองครับ


กล่องนั่งสีดำที่ซื้อจาก Lazada (มีทั้งหมด 3 กล่อง อีก 2 กล่องใช้เป็นที่นั่งข้างโซฟา) นี้ถือว่าเป็นคีย์สำคัญที่ทำให้ห้องโล่งและไม่รก เพราะผมใช้เป็นที่เก็บของหลักของห้องนี้เลยครับ และที่สำคัญอีกอย่างในการจัดห้องคือ ของอันไหนที่มีแล้วมันไม่ได้ใช้ ไม่จรรโลงใจผมก็ทิ้งหมด ตามหลักของคุณคนโด มาริเอะ

ในส่วนของห้องโถงกลาง จะใช้รวมกันทั้งห้องนั่งเล่น และส่วนของโต๊ะทำงานอ่านหนังสือครับ

ยอมรับว่าของหลายๆอย่างที่เลือกซื้อเลือกมาจัดนั้น เลือกเพราะอารมณ์ชอบล้วนๆ ไม่มีเหตุผลอื่น mix&match ไก่กาอะไร
ส่วนดอกยิปโซ ยิปซี มีคนเขาบอกว่ามีแล้วห้องจะดูดีครับ.. ผมว่าก็ดีในระดับนึง แต่ที่สำคัญคือมันอยู่ได้นาน หาซื้อได้ที่ตลาดสี่มุมเมือง


ส่วนใหญ่ที่ใช้ติดของกับผนังจะใช้ยาสีฟันเป็นตัวเชื่อมนะครับ เพราะเวลาลอกออกจะไม่ทิ้งรอยนั้นเอง วิธีการก็เหมือนใช้แทนกาวเลย
ในส่วนของห้องน้ำ การปูพื้นหญ้าเทียมถือเป็น Signature ของเรา ข้อดีคือสบายตา ไม่อมน้ำ ไม่อมฝุ่นมาก ทำความสะอาดง่าย สบายเท้า ตัดแต่งรูปทรงขนาดได้ง่าย ถ้าใครเคยขึ้นรถ จขกท. จะเข้าใจในจุดๆนี้
ระเบียงหลังห้องจะมีเป็นลักษณะคล้ายไม้ระแนงบังสายตา และกันความร้อน


ระเบียงหน้าห้องก็ใช้เป็นที่พักผ่อน เหมาะสมสำหรับปลดปล่อยความคิดชมวิวคลายเครียดครับ


งบประมาณคร่าวๆ ที่ใช้ไปก็ประมาณ 2-3 หมื่นครับ ภาพภายในห้อง จขกท. อาจยังเอาลงไม่ครบทุกมุม
บางท่านอาจสงสัยว่า จขกท. เอาเวลาว่างที่ไหนมาทำ ตัวผมเอง จริงๆแล้วไม่ค่อยมีเวลาส่วนตัวครับ เนื่องจากงานที่ทำเรียกได้ว่า หนัก ประกอบกับเรียนต่อควบคู่ไปด้วยแต่ก็พยายามบริหารเวลานะ แล้วผมก็เชื่อว่าคนเรามีเวลาให้สิ่งที่รักเสมอแหละครับ

สุดท้ายเมื่อเรามีห้องที่ชอบแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องจัดเก็บมั่นดูเเลห้อง ขอให้ทุกคนมีความสุขกับห้องหรือบ้านที่ตัวเองอยู่ และขอเป็นกำลังใจให้ผู้เริ่มต้นจัดห้องนะครับ ในครั้งแรกๆ จะเละเป็นธรรมดาครับ
ที่มา : สมาชิกหมายเลข 2897102 จากเว็บไซต์ pantip.com