รีโนเวทสวนรกริมรั้วเป็นที่นั่งเล่นส่วนตัวสวยๆ
Renovate สวนรกริมรั้วเป็นที่นั่งเล่นส่วนตัวสวยๆ
สวัสดีเพื่อนๆชาว Renovate.in.th ทุกท่านครับ วันนี้เราจะพาทุกท่านไปชมสวนสวยๆของคุณขวัญ
สมาชิกเว็ปไซต์ pantip.com กันครับเป็นการรีวิวการรีโนเวทสวนรกริมรั้วให้กลายเป็นมุมนั่งเล่นส่วนตัวสวยๆ
น่ารักๆ ไปชมกันเลยครับ
สวัสดีค่ะ มาเยี่ยมเยือนกันคืนวันจันทร์พร้อมกับสายฝนที่โปรยปราย กระทู้นี้ขอนำข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ จากการจัดสวนมุมเล็กๆ
ในบ้านหลังน้อยๆมาฝากกันค่ะ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่กำลังปลูกต้นไม้รับหน้าฝนกัน โจทย์ในการจัดสวนของเราครั้งนี้ยาก
ไม่แพ้มุมแรกแถมเหนื่อยมากขึ้นเพราะพื้นที่กว้างกว่า จุดนี้จะเป็นบริเวณหน้าบ้าน ติดกับหน้าห้องรับแขก ด้านนึงจะเป็นรั้วบ้านอยู่ริมถนน
อีกด้านจะติดกับรั้วเพื่อนบ้านซึ่งเป็นครัวหลังบ้านของเค้าพอดี
สภาพสวน ณ วันนี้ ต้นไม้เริ่มฟื้นตัว ผลิใบอ่อน สีสวยๆ สภาพสวน ณ วันนี้ ต้นไม้เริ่มฟื้นตัว ผลิใบอ่อน สีสวยๆ


ขั้นตอนการจัดก็เหมือนเดิม คืออย่างแรกเราสำรวจและวัดขนาดพื้นที่ ดูว่ามีต้นไม้เดิมอะไรที่พอจะใช้ได้บ้าง ต้นไหนโทรมถึงเวลาต้อง
โละทิ้งสรุปที่เก็บไว้ก็คือต้นโมกเก่าแก่ที่ปลูกไว้มุมบ้าน หมากผู้หมากเมียที่อยู่โคนต้น และต้นชมนาดที่เป็นซุ้มอยู่หน้าบ้าน
แผนผังสวนมุมที่สอง

ขอบอกว่าต้นโมกนี่เป็นอะไรที่อด ทน ถึกมาก เพราะเราฝากเทวดาเลี้ยงตลอด ไม่ค่อยได้รดน้ำ ใส่ปุ๋ยอะไรให้เค้าเลย นานๆ
ก็เอากรรไกรไล่แง๊บๆใบที่มันห้อยๆ ลงมาบ้าง แถมโรคและแมลงก็ไม่ค่อยรบกวน เรียกว่าคุ้มค่าและคู่ควรกับการปลูกไว้ในบ้านมาก
เพราะเค้าออกดอกให้กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมาให้ชื่นใจตลอดค่ะ เก็บต้นโมกเก่าแก่นี้ไว้เป็นไม้ประธาน

ต้นไม้ที่เราตัดสินใจโละทิ้งก็คือต้นหนวดปลาหมึกด่างแคระ (น่าสงสารนะเนี่ย ทั้งแคระและด่าง แถมถูกทิ้งอีก) เหตุผลคือปลูกมานานแล้ว
เราไม่ค่อยได้ดูแลตัดแต่ง ทำให้เค้าไม่เป็นพุ่ม แตกกิ่งก้านสาขาเกะกะไปทั่ว ด้วยขนาดใบ และทรงต้นที่เก้งก้าง ทำให้บริเวณสวนแคบๆ
นี้ดูรกและอึดอัดไปนิดโละหนวดปลาหมึกทิ้งไป ได้น้องหมูหวานมาวางแทน

วัดขนาดพื้นที่เรียบร้อย เราก็มาเขียนผังคร่าวๆ ว่าจะปลูกอะไรตรงไหน จะได้เตรียมพื้นที่ได้ถูก จุดประสงค์ของการจัดสวนมุมนี้
คืออยากได้ ที่นั่งเล่นช่วงบ่ายๆ (มุมนี้อยู่ทางทิศตะวันออก โดนแดดช่วงเช้าครึ่งวันค่ะ) และต้องการความเป็นส่วนตัวนิดนึง
เราก็เลยต้องเฟ้นหาต้นไม้มาปลูกลงแนวรั้วเพื่อบังสายตาหลังจากนั่งหลังขดหลังแข็งหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ก็ได้รายชื่อต้นไม้ริมรั้ว
เข้ารอบมาสามต้นคือ ไทรเกาหลีคริสติน่า (ชื่อฟังดูกิ๊บเก๋มากค่ะ) และสุดท้ายคือต้นโมก ในดวงใจ นั่งอ่านข้อมูลเปรียบเทียบลักษณะนิสัย
ใจคอของแต่ละต้น ป่านประหนึ่งว่าจะหาคู่(เวอร์ไปนะ) ยอดอ่อนๆ ของคริสติน่า สีส้มๆ อมแดง

สุดท้ายก็มาลงตัวที่ว่าใช้ต้นโมกปลูกชิดรั้วหน้าบ้านแล้วกัน แบบว่าร่มก็ได้ แดดก็ดี ส่วนด้านที่ติดกับกำแพงเพื่อนบ้าน ลงคริสติน่าดีกว่า
เพราะบริเวณนี้จะได้แดดช่วงเช้าเลยไปถึงบ่ายนิดๆ ใบเค้าจะได้สีสวยๆ ช่วยทำให้พื้นที่เล็กๆ เราดูสว่างขึ้น ส่วนไทรเกาหลีนี่
ขอเก็บไว้ในใจลึกๆ ก่อนแล้วกัน เพราะยังไม่แน่ใจ ว่าจะไปกันได้กับรูปแบบสวนของเรา ซึ่งเต็มไปด้วยโอ่ง อ่าง กระถางแตกหรือป่าว
ด้านหน้าห้องรับแขก ซึ่งตอนนี้มีต้นหนวดปลาหมึกอยู่เราตั้งใจจะเปลี่ยนเป็นไม้พุ่มเล็กๆ สีสว่างๆ เพื่อทำให้ดูไม่อึดอัด แต่ยังคิด
ไม่ออกว่าจะลงต้นอะไร จัดไป คิดไป หาข้อมูลไปเรื่อยๆไม่มีใครกล้าติแน่ว่าจัดสวนไม่เป็นสับปะรด เพราะเราปลูกแต่สับปะรด

คราวนี้ก็มาถึงขั้นตอนการเตรียมดิน ซึ่งงานนี้ต้องหาคนช่วยแล้วค่ะ เพราะขุดดินเองไม่ไหว คุณแฟนไปติดต่อจ้างคนงานก่อสร้าง
ในหมู่บ้าน ให้มารับจ๊อบตอนเย็นหลังเลิกงาน มาขุดหลุมเป็นแนวตามริมรั้ว ความยาว 7 ม. กว้าง 50 ซ.ม ลึก 50 ซ.ม รวมทั้งขุด
เจ้าหนวดปลาหมึกชะตาขาดออกไปด้วย ขุดหลุมผึ่งแดดไว้ประมาณสองอาทิตย์ (ตามตำราบอกว่าเป็นการฆ่าไข่แมลง
และกำจัดศัตรูพืชบางชนิด ไม่รู้ช่วยได้จริงป่าว)ช่วงนั้นก็แอบหนีไปเที่ยวทะเลเพราะกทม.ร้อนมาก เรียกว่าทำสถิตินิวไฮท์กันเลยทีเดียว
แต่ไม่ใช่หุ้นนะ เป็นอุณหภูมิค่ะร้อนเฉียดสี่สิบองศาหลายวันขุดหลุมตามแนวรั้ว รอไว้ก่อน

ไปเที่ยวชาร์ตแบตพอมีแรง กลับมาจัดสวนต่อ เนื่องจากต้องใช้ต้นไม้ปลูกริมรั้วหลายต้น เลยตัดสินใจขับน้องแดงน้อย ฮอนด้าแจ๊ส
ไปชอปปิ้งต้นไม้แถวรังสิตคลอง 15 ความสนุกและความปวดหัวของการจัดสวนเองอยู่ตรงนี้หละค่ะ เพราะตอนไปเดินดูต้นไม้นี่
ต้นอะไรก็สวยอยากได้ไปซะหมด ถ้าไม่หักห้ามใจตัวเองนี่ สงสัยหมดตัวได้ต้มใบไม้กินแทนข้าวแน่นานๆ มาที ซื้อให้คุ้ม

อาทิตย์ถัดไปก็ทยอยเอาต้นโมกลงดินก่อน ปลูกห่างกันต้นละ 30 ซ.ม 16 ต้นก็พอดีกับแนวรั้ว เสาร์ อาทิตย์นี่เป็นช่วงเก็บเนื้อเก็บตัว
ไม่รับนัดใครทั้งสิ้นเพราะบ้าจัดสวนอยู่

ลงโมกเสร็จ ก็เป็นคิวของคริสติน่า พุ่มเค้าจะใหญ่กว่าต้นโมก เราปลูกห่างกันประมาณ 35 ซ.ม คำนวณพลาดไปนิด
สรุปว่าใช้ไป 9 ต้นเหลืออีก 3 ต้นซื้อขนาดเล็กเกินไปไม๊เนี่ย ความสูงยังไม่ได้ถึงครึ่งรั้วเลยอ่ะ แต่คนขายบอกว่าต้นนี้โตเร็ว
งั้นร้องเพลงรอไปเรื่อยๆ ก่อน

ลงต้นไม้ริมรั้วเสร็จแล้ว ก็ถึงคิวของการปรับพื้นเพื่อปูทางเดิน ของเดิมเคยปูด้วยอิญดินเผาก้อนใหญ่ แต่เวลาฝนตก ตะไคร่จับแล้วลื่นมาก
ทั้งคนและหมาบ้านนี้ ลื่นหน้าคะมำกันไปหลายรอบ พอจัดสวนใหม่ก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนแผ่นทางเดินเป็นศิลาแลง เดินสบายไม่ลื่น
แต่คนจัดสวนหลังยอกเลย เพราะแต่ละแผ่นหนักไม่ใช่เล่น พยายามปรับพื้นให้เอียงลงไปตรงมุมรั้วเพราะเป็นท่อระบายน้ำพอดี

ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะวางแผ่นศิลาแลงให้เต็มบริเวณนี้ แต่พอปูไปได้ครึ่งนึง รู้สึกว่าทึบและแข็งไป ก็เลยลองหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตดู
ไปถูกใจกับหินทรายลูกเต๋าเข้า มีร้านขายไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่ เลยขับรถไปซื้อมาลองวางดู 20 ก้อน ก้อนละ 15 บาท
แล้วอาทิตย์ถัดไปก็วิ่งไปซื้อมาอีก 80 ก้อน เรื่องของเรื่องคือไม่เคยใช้เจ้านี่ปูพื้นเลย กะจำนวนไม่ถูก ได้มาแล้วค่ะ
ให้น้องชายช่วยขนใส่ปุ้งกี๋มากองไว้ที่พื้น แล้วค่อยๆ นั่งเรียงไปเรื่อยๆ
ไม่รู้คิดถูกคิดผิดฟระเนี่ย เพราะไอ้เจ้าลูกเต๋านี่ปูยากมาก ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นหินละคะ ขนาดของมันก็เลยไม่สม่ำเสมอ
มีเล็ก ใหญ่ สูงต่ำ สลับกันไปไม่รู้มืออาชีพเค้าทำไงกัน แต่อิฉันใช้วิธีจับวางไปทีละก้อน เลือกเอาก้อนที่ขนาดไล่ๆ กัน ลองวางดู
ขุดทรายออก กะให้ขอบพอดีกับศิลาแลงได้ระดับแล้ว ยกหินออกก่อนแล้วปูตาข่ายพลาสติกรองพื้น วางหินลงไปใหม่ ก้อนไหนเตี้ยไป
เราก็ตักทรายโรยลงไปด้านล่าง อัดๆให้ได้ระดับตอนแรกตั้งใจเรียงให้เป็นรูปดอกไม้สี่ดอก แต่คิดไปคิดมาแล้ว ช่องว่างเยอะ
ก็เปลืองกรวดอีกเลยเปลี่ยนใจออกมาเป็นแบบนี้เสียเวลาตรงนี้เกือบสองอาทิตย์ เพราะไม่เคยทำ เลยคำนวณอุปกรณ์ไม่ถูก
เดี๋ยวตาข่ายหมดเดี๋ยวหินศิลาแลงไม่พอ สุดท้ายกรวดไม่พออีกอ๊ากกว่าจะเสร็จ วิ่งไปวิ่งมาจนเจ้าของร้านขายหินจำหน้าได้

แต่พอเรียงเสร็จ ใส่กรวดอัดไปตามร่องแล้ว เออแฮะก็พอดูได้อยู่นะ สีเหลืองๆ และม่วงอมชมพูของหินลูกเต๋า ทำให้พื้นที่ตรงนี้
ดูนุ่มนวลขึ้นเป็นกองโดยส่วนตัวแล้วคิดว่าการทำพื้นแบบนี้ เหมาะกับพื้นที่เล็กๆ นะคะ เพราะต้องใจเย็นๆ ค่อยๆปรับพื้นให้ดีๆ
ไม่งั้นมันดูกระโดกกระเดก และไม่ควรเป็นพื้นที่ใต้ต้นไม้ที่มีใบร่วงมาก เพราะจะกวาดลำบาก กรวดที่ใช้โรย เป็นกรวดขนาดเล็ก
เพื่อจะได้ดูไม่ขรุขระ หรือดูอึดอัดเกินไปเสร็จแว้ว ไม่ค่อยเรียบเท่าไหร่ พอทนดูได้

ปูพื้นเสร็จแล้ว มีกำลังใจขึ้นอีกนิด ตอนนี้เรามาจัดการปลูกต้นไม้คลุมดินกันค่ะ ตรงมุมรั้ว เรายกไหสมบัติเก่ามาวาง
ปลูกต้นไม้ รอให้เค้าโตเป็นพุ่มใบจะได้แผ่คลุมดิน
…
…
…
…
ลงไม้คลุมดินครบแล้ว ได้ฤกษ์ยกโซฟาไม้ออกมาตั้ง ข้างๆ โซฟาเราตั้งมะเขือการ์ตูนไว้ดูเล่น ลูกเค้าสวยดี พยายามรดน้ำใส่ปุ๋ย
เพราะอยากให้เค้าออกลูกเยอะจะได้เก็บเมล็ดมาเพาะต่อ ไม่รู้จะรอดรึป่าว มะเขือแบบนี้ ถ้าบ้านใครมีเด็กนี่ไม่แนะนำให้ปลูกนะ
เพราะหนามเยอะค่ะ ถัดจากมะเขือการ์ตูน เป็นพุดศุภโชคซึ่งตอนแรกปลูกไว้หน้าบ้าน แต่ก็มีอันต้องระเห็จมาอยู่ตรงนี้ เพราะรูปทรง
ของเธอสวยกลมป้อม สวยไม่เข้าใครออกใคร พูดง่ายๆ ไม่เข้าพวกนั่นเองมุมนั่งเล่นส่วนตัว เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแว๊วใช้เวลาขลุกอยู่กับ
สวนมุมนี้กว่าสองเดือนครึ่งและแล้วมุมนั่งเล่นของเราก็เป็นรูปเป็นร่าง แดดร่มลมตก ถือเครื่องดื่มเย็นๆ มานั่งจิบ พร้อมอ่านหนังสือ
เล่มโปรดลมยามเย็นพัดกลิ่นดอกโมกและชมนาด หอมอ่อนๆ ชื่นใจ แต่บางวันก็จะมีกลิ่นปลาเค็มจากครัวเพื่อนบ้านแถมมาด้วย
ให้ชีวิตพอมีรสชาติปะแล่มๆเห็นอย่างงี้แล้ว อดฮัมเพลง…บ้านเรา…แสนสุขใจ ซะไม่ได้
…
…
…
จบแล้วครับสำหรับการรีวิวการ Renovate สวนของคุณเรือนขวัญ การรีโนเวทครั้งนี้อาจจะใช้เวลายาวนาน แต่ก็คุ้มค่า
สำหรับสวนสวยๆที่ได้มาเพื่อนๆชาว Renovate.in.th ก็อย่าลืมนำไอเดียดีๆไปรีโนเวทสวนรกๆที่บ้านนะครับ
ที่มา: คุณเรือนขวัญ สมาชิก pantip.com