อาคารภาณิชย์ร้าง กลายเป็นร้านอาหารที่ราคาย่อมเยา
สวัสดีค่ะ…….เราเข้าเรื่องกันเลยแล้วกันนะค่ะ

ต้องเท้าความก่อนนะค่ะว่าเราอยากจะเปิดร้านอาหารโดยเช่าอาคารพานิชย์ 4 ชั้น เปิดมาได้ 2 ปีตามสัญญาที่ครบกำหนดพอดี เจ้าของจะขายตึก (เราก็ไม่มีปัญญาจะซื้อ) เราเลยมองหาตึกเช่าใหม่ ก็หากันอยู่เป็นเดือนๆ ก็ยังไม่ลงตัว จนมีลูกค้าเสนอตึกของเค้าเองที่ปล่อยร้างมาเกือบสิบปี เราเลยไปดูซึ่งก็อยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ กับร้านเก่าของเราพอดี พอเข้าไปดูพื้นที่ถึงกับผงะ คือพังมากกกก แต่ เจ้าของเค้าให้เช่าในราคาถูกโดยมีข้อแม้ว่าเค้าจะไม่ทำอะไรเลย เช่าตามสภาพ เราต้องทำเองทุกอย่าง เค้าแค่ขนเฟอร์นิเจอร์ออกให้เท่านั้น เราก็กลับไปคิดทบทวน เวลาก็ใกล้เข้ามาจะหมดสัญญาหลังเดือนเมษาแล้ว มีเวลาย้ายเดือนเดียวช่วงสงกราต์เราหยุดงานยาว 1 อาทิตย์พอดี จึงตกลงกันว่าเอาตึกนี้แหละ แล้วทำกันเองแบบของเราในราคาประหยัดเพราะเรายังไม่ได้ค่ามัดจำตึกเก่าคืนจนกว่าจะย้ายของออกหมด นั้นถือว่าเป็นเงินทุนเลย คือไม่อยากลงทุนเยอะเพราะความเสี่ยงสูง
ขั้นตอนแรกคือล้างทำความสะอาดตึกเพื่อให้เห็นภาพรวมว่าเราต้องซ่อมอะไรบ้าง

รูปหน้าบ้านและภายในบ้าน ดูจากรูปสิ่งที่ต้องทำอันดับแรกคือ
1 พื้นหน้าร้านที่ลาดเอียง เทใหม่ปรับให้ตรงเพื่อวางโต๊ะ
2 รื้อหลังคาออกมันผุหมดละ กะว่าจะเอาของเดิมที่ร้านเก่ามาใส่
3 ลอกสะติ๊กเกอร์ที่กระจกออก คือเยอะมาก
4 ทาสีใหม่เพราะข้างล่างสีลอกและพองเป็นคราบตามรูปเลยครับ
5 เดินระบบไฟเพิ่ม เช็คปลั๊กไฟ

รูปครัวหลังบ้าน และห้องน้ำ สิ่งที่ต้องทำ
1 เทพื้นครัวที่มันทรุดเป็นแอ่งน้ำขัง
2 เปลี่ยนโถส้วมที่นั่งยองเป็นนั่งราบแบบชักโครก เพราะลูกค้าผู้หญิงต่างชาติคงไม่สะดวกเท่าไหร่
4 ทาสีใหม่
พอเห็นภาพรวมทุกอย่างแล้ว ไหนๆก็ได้ย้ายและก็อยากจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ร้านแม่แกให้แนวคิดและชิคขึ้น เพราะร้านเก่ามีอะไรก็ใส่ๆไป ติดรูปติดภาพเยอะไปหมด ก็เลยมาเริ่มกำหนดแนวทางที่เราจะทำกัน โดยดูของเก่าที่ร้านเดิมก่อนว่าอะไรใช้ได้ และอะไรใช้ไม่ได้หรือเอามาทำใหม่โดยไม่ทิ้ง แล้วซื้อของใหม่ให้น้อยที่สุด สิ่งที่เราลงมือทำได้และคิดว่าน่าจะดีที่สุดคือการทาสีและเพ้นท์ อยากให้ดูของใหม่ก็ต้องทาสีใหม่คิดว่างั้นนะ และที่สำคัญถูกด้วยลงทุนน้อย ลงแต่แรงเท่านั้น
ภาพร่วมและสไตล์ของร้านที่จะทำ ก็กะว่าจะทำแนว Industrial Loft ที่กำลังเป็นที่นิยม แต่คงทำไม่ได้ลึกขนาดนั้น เพราะเราไม่ได้จะลงทุนเยอะขนาดนั้น ก็เริ่มจากผนังก่อนสิ่งแรกที่คิดถึงคงเป็นผนังก่ออิฐเปลือยสีขาว หรือสีน้ำตาล ถ้าใช้อิฐจริงคงแพงและก็ดูจะลงทุนเยอะไป งั้นเพ้นท์ลายอิฐเองเลยดีกว่า มาเริ่มกันเลย

เริ่มจากกำหนดโทนสี สีเดิมของร้านก็ฟ้าขาว เพราะชื่อร้านสะเต็กฟ้าใส&.ใยบัว คือชื่อแม่กับน้องออกแนวสดๆ แบบกะลาสีเรือ
ก็เลยว่าจะทำสีให้ดูตุ่นๆ สีเอิร์ธโทน จะได้ดูอบอุ่นหน่อย ได้เป็นสีขาว (สีเก่า) 50% ฟ้าอ่อนอมเขียม 30% สีกรมทา 20%
พอได้สีแล้วก็ไปสั่งสีที่ร้านแถวบ้านแบบเขย่าสดๆ (เลือกจากแพนโทนสี) สีฟ้ากระป๋องกลาง สีขาวและกรมทา กระป๋องเล็ก ร่วมลูกกลิ้ง แปลง ถาดผสม ก็ประมาณ 1500 กะว่าจะทาแค่ครึ่งผนังพอเพราะผนังสูงมากเป็นโถงทาไม่ไหว พอทาเสร็จสีแห้งเท่านั้นแหละ ตกใจสีสดมากไม่ตรงกับที่สั่งไป พระเจ้า ทำไงดี จะไปซื้อใหม่ก็เปลือง เลยผสมแมร่งเองเลย เขย่าเองแล้วทาทับใหม่

แห้งแล้วพอไหว นี้และสีที่ต้องการตอนแรก จากนั้นก็ทาสีกรมที่ตีนผนังเป็นบัวพื้นกันเปื้อนรอบห้อง

มาเริ่มทำงานเพ้นท์ลายอิฐ ถ้าจะให้ตีเส้นวาดที่ละก้อนคงไม่ไหวนานแน่ เคยเห็นในพันทิปรีวิวใช้เทปกาวติดตีเป็นตาราง ก็คงใช้เวลานานพอดูเพราะห้องมันก็กว้าง และมันลายดูแข็งๆด้วย อยากได้อิฐขอบมนๆ และเปลืองเทปกาวด้วย ก็เลยนึกถึงวิธีทำบล็อกสกรีนเสื้อแบบง่ายตอนสมัยเรียน คือตัดกระดาษแข็งเป็นบล็อกแล้วใช้ฟองน้ำจุ่มสีมาสแตมป์ที่บล็อก แต่กระดาษมันเปื่อยเร็วเราทำหลายอัน เลยใช้ผ้ายางพาสติกใส ซื้อได้ตามร้านทั่วไป เอาหนา ๆ หน่อย วัดขนาดอิฐ เว้นร่องระหว่างก้อนตามความชอบเลย ทำเป็นแพทเทิร์นที่สามารถต่อลายกันได้

นำมาทาบกับผนังที่จะทำลาย (อันนี้เราทำจากบนไปล่างไม่ทำหมดเหนื่อย ) แล้วเอาฟองน้ำ จุ่ม จิ้ม ทิ่ม กว่าจะรอบห้องเล่นเอาหลังแข็งไปเหมือนกัน

เสร็จแล้วเป็นแบบนี้ เห็นผนังสีกรมนั้นไหมค่ะ ที่ทำเป็นสีเข้มกะว่าจะเพ้นท์สีขาวเป็นลายเหมือนเขียนช๊อคบนกระดานดำแบบร้านกาแฟ
ใครจะเอาวิธีนี้ไปทำบ้างเราแนะนำเลยนะค่ะ ง่ายมาก ๆเลยที่เดี่ยวนะค่ะ
ที่มา : pantip คุณ : ร้านสเต็ก