ตกแต่งห้องนอนสไตล์ Industrial Loft ด้วยตัวเองได้ ไม่ยากอย่างที่คิด

ตกแต่งห้องนอนสไตล์ Industrial Loft ด้วยตัวเองได้ ไม่ยากอย่างที่คิด

Sharing is caring!

Click to rate this post!
[Total: 0 Average: 0]

ตกแต่งห้องนอนสไตล์ Industrial Loft ด้วยตัวเองได้ ไม่ยากอย่างที่คิด

ปัจจุบันเราได้เห็นบ้าน คอนโด หรือร้านกาแฟเปิดใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจการออกแบบสไตล์ Industrial กันมากมายเต็มไปหมด จนตอนนี้หลายคนเริ่มหยิบเอาการตกแต่งแนวนี้มาแต่งบ้านแต่งห้องของตัวเองกันบ้างแล้ว โดยพื้นฐานแล้วไอเทมในการแต่งบ้านสไตล์ Industrial มักจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ให้ความรู้สึกแบบโรงงาน มีวัตถุประสงค์ในการออกแบบเพื่อนำไปสู่ประโยชน์การใช้สอยล้วนๆ ทั้งความงามในพื้นปูนขัดมัน ผนังก่ออิฐโชว์แนวลาย มีความสวยงามที่ไม่ต้องเยอะ ดูเรียบง่าย แต่ได้อารมณ์นี้หลายคนสนใจและอยากจะลองนำไปใช้สร้างในบ้านพักอาศัยของตัวเอง เช่นเดียวกับไอเดียการตกแต่งห้องของคุณ  เบชิต้าน้อย แห่งดาวนาแมกซ์  ท่านนี้กับการลงมือทำห้องนอนสไตล์ Industrial Loft ด้วยตัวเอง


เมื่อลงมือทำห้องนอน Industrial Loft ด้วยตัวเอง | ความดิบ..ที่นอนได้ ในราคาหมื่นกว่าบาท!!

หลังจากที่รอมานาน ในที่สุดก็ว่างเขียนกระทู้แรกกับเค้าสักที ปกติเป็นคนเขียนเล่าอะไรไม่ค่อยเก่ง
แต่วันนี้อยากจะเล่าเพื่อแบ่งปันวิธ๊ตกแต่งห้องนอนแนว Loft ง่ายๆด้วยตัวเองกัน เผื่อใครจะเกิดไอเดียเอาไปใช้ได้บ้าง

ไปเริ่มกันเลย..
ห้องนอนของผม มีขนาดแค่ 3.50เมตรx3.10เมตร มีกระจกบานเลื่อนบานใหญ่สองฝั่ง และมีผนังสูงถึง 3.20เมตรเลยทีเดียว…
สูงมาก*.* ตอนเห็นห้องนอนครั้งแรกทำเอาคิดหนักเลย เพราะถ้าวางตู้ก็ไม่เข้า สั่งตัดตู้ก็ราคาแพงเว่อวังมาก คงไม่ไหวแล้วกลัวได้แบบธรรมดา ไม่ถูกใจวัยใสแบบผมอีก …ก็เลยเอาฟร่ะ ลุย! ทำเองนี่แหละ แล้วความบันเทิงก็เริ่มต้นขึ้น…
ขั้นตอนแรก
พยายามหาแนวทาง สไตล์ห้องที่ต้องการ และแล้วก็มาจบที่แนว Industrial Loft ซึ่งโจทย์ในการทำห้องครั้งนี้ของผมมีไม่เยอะ แค่
1.เป็นห้องที่ดูโล่ง และไม่มีตู้เสื้อผ้า
2.มีความเป็น Showroom เหมือนร้านเสื้อผ้า
3.ต้องมีที่วางรองเท้าที่โชว์ได้ ฮี่ๆๆๆๆๆ *อันนี้สำคัญมากเพราะผมเป็นคนชอบรองเท้า ที่จริงอยากทำตู้เก็บรองเท้าแบบคุณเวย์ไทเทเนี่ยม แต่คิดที่ห้องแสนจะเล็ก ฮรือออออ*
4.ต้องเป็นห้องที่มีความดิบหน่อย เก็บกดมานาน ฮ่าๆๆๆ ตั้งแต่เล็กจนโตย้ายบ้านบ่อยมาก ทุกครั้งที่ย้ายก็ทำบ้านซื้อเฟอร์ใหม่หมด แล้วห้องนอนก็จะเป็นแนวติดวอลเปเปอร์เรียบๆอบอุ่น เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดก็สั่งเป็นเซตเข้ามาเลย…… ซึ่งจะตามใจตัวเองมากก็ไม่ได้ฮะ ต้องอิงความเห็นของพ่อกับแม่ด้วย แต่ครั้งนี้เป็นไงเป็นกัน!! จะทำห้องนอนขัดใจผู้ใหญ่ 55555
5.ต้องทำได้จริงในงบประมาณที่ไม่เกิน 20,000 บาท (ไม่ใช่อะไรนะฮะ ตั้งงบห้องนอนไว้แค่นั้น ถ้าทำเองแล้วแพงกว่าซื้ออีเกียร์มามิกซ์ก็ไม่ไหว
เมื่อคิดได้แล้วปฏิบัติการก็เริ่มขึ้น เริ่มจากวัดขนาดส่วนสูงจริงของห้องทั้งหมดทุกด้าน แล้วเริ่มที่งานผนังก่อนเลย มาดูห้องตอนแรกกันฮะ

| ส่วนของงานทาสีผนังให้เป็นปูนขัดมันนั้น… |
เพราะงานผนังเปลือยเป็นอะไรที่ผมไม่เคยทำมาก่อน เลยแวะไปที่พึ่งเดิม Home Pro แล้วก็ได้พบสีที่น่าทึงตัวนึง คือ สีลวดลาย Nippon Momento Elegant ผมจึงเลือกซื้อมาซึ่งห้องของผมมีส่วนผนังที่จะต้องทาไม่ถึง 30 ตร.ม. เลยซื้อสีมา 2 แกลอน (1แกลอน : 15-20 ตรม.) พนักงานเค้าบอกมาครับ ซึ่งในส่วนของงานผนังปูนเปลือยนี้ ผมได้ซื้อทั้งหมด 3 อย่างคือ
-สีรองพื้นปูนเก่า Primer
-สีทาพื้นผิว Nippon Momento Elegant : Sparkle Silver (สีตัวนี้ตอนเห็นในชาร์ตสี กลัวมันอ่อนไปพนักงานเลยใส่แม่สีดำเพิ่มไปให้ ฮี่ๆๆ แหล่มกบเลย)
-เคลือบเงา Clear Coat

ได้เวลาทำงานสี เริ่มด้วยทาสีรองพื้นปูนเก่าเพื่อให้สีที่ทาติดทนนาน

ทาเสร็จทิ้งไว้ 40 นาทีแล้วทาซ้ำอีกรอบแล้วก็นอนผึ่งพุงรอยาวไป 3 ชั่วโมง แล้วต่อด้วยทาสีสร้างลวดลายกันเลย

ตัวสีเป็นสีพร้อมใช้เลย ขั้นตอนก็ไม่ยากแค่….
เอาแปรงจุ่มสี แล้วทาบนผนัง (*ขั้นตอนที่สำคัญสุดสำหรับลายต่างๆ ถ้าต้องการให้ลายไปในทางไหนให้วาดในขั้นตอนนี้ไปเลย~)
ทาได้พื้นที่ประมาณ 1 ตร.ม. ก็เอาเกียงพลาสติกที่แถมมาปาดกลับไปมาได้เล๊ยยยย สีจะอ่อนจะเข้มก็อยู่ที่ขั้นตอนนี้ ถ้าต้องการสีอ่อนก็ปาดเยอะๆ

เมื่อทาครบทั้ง 2 รอบแล้วก็เป็นอันเสร็จ

เอาหละเช้าวันถัดไป ผนังแห้งสนิทแล้ว(จะเป็นเหมือนสีทาแบบด้านๆ) ถึงเวลาทาเคลือบสี เพื่อให้สีดูเงาดูเป็นปูนเก่าที่สะอาดสะอ้าน และทนทานมากขึ้น

เนื้อสีเคลียร์โค้ด จะเป็นสีขาวขุ่นๆ แต่พอทาไปแล้วจะแห้งและใสไปเอง ผมทาไปเต็มพื้นที่ 2 แกลอน ทาได้ 3 รอบเลย เงาแว๊บ มันแพล่บเลย

รวมใช้เวลาทาสีผนังทั้งหมด 2 วัน ทันเวลาที่ช่างจะมาติดวอลเปเปอร์พอดี

ครบ 3 วันช่างก็มาติดวอลเปเปอร์ลายที่สั่งไว้ ตื่นเต้นมากว่ามันจะออกมาเป็นยังไง ><
**เหตุผลที่ติดเป็นวอลเปเปอร์แทนการใช้อิฐจริง เพราะคิดว่าถ้าทำผนังอิฐเรียงกันที่ผนัง เนื่องจากเป็นกำแพงสูงจะทำความสะอาดยาก และอาจจะสะสมฝุ่น เลยต้องตัดใจเลือกเป็นวอลฯแทนฮะ**

ติดเสร็จแล้ว หน้าตาก็ออกมาประมาณนี้เลย

ก่อนอื่นต้องทำการร่างแบบและคิดคร่าวๆเกี่ยวกับ รูปแบบ อุปกรณ์ วัสดุต่างๆที่ต้องใช้ รวมทั้งแหล่งจัดซื้อต่างๆ

อันนี้คือแบบที่ผมร่างไว้คร่าวๆด้วยดินสอ

การร่างแบบสำคัญมาก กับการสั่งของต่างๆ ผมเลยวาดค่อนข้างละเอียด เพื่อกำหนดขนาดของที่จะต้องสั่งได้ครบถ้วนถูกต้อง
งานเฟอร์นิเจอร์ที่เลือกทำครั้งนี้ เป็นแบบดิบๆที่ทำจากท่อแป๊บเหล็ก ผสมกับไม้(พาเลทนอก)

| ส่วนของงานท่อแป๊บนั้น… |

ท่อที่เลือกใช้คือ ท่อกัลวาไนซ์ ขนาด 1/2นิ้ว หรือ 4 หุน ท่อคาดฟ้า | ผมว่ามันทำด้วยตัวเองได้ง่ายๆเลยนะ แต่ที่จะยากคือการหาร้านที่จะรับทั้งตัดท่อแป๊บและต๊าปเกลียวด้วยซึ่งมันเป็นงานจุกจิก ร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไปไม่ค่อยรับ และยิ่งตอนนี้เฟอร์แนวนี้เป็นที่นิยม ร้านค้าต่างๆที่รับตัดเหล็กเลยพากันทำในราคาที่แพงหูฉี่มากกกกก

ตอนหาร้านก็ถอดใจไปมาก เพราะส่งไลน์ไปถามมาสองเจ้าราคาโหดเหี้ยมมั่ก แค่ตัดเหล็กที่รวมความยาว 11 เมตร เค้าคิด 8,000 บาท+ต๊าปเกลียวแพงมากฮะ เหมือนโชคดีของผม ที่เสิร์ชกูเกิ้ลไปเจอร้านนึงที่เค้ารับตัดแป๊บตามขนาด พร้อมต๊าปเกลียวด้วยเลยไลน์ไปถามราคา เจ้าของร้านดีมากครับ นับเป็นเจ้าแรกที่ตอบผมเร็วมาก และกระตือรือร้นแถมราคา ตัดเหล็ก+ต๊าปเกลียว+น็อตและข้อต่อต่างๆ = 3700 บาท + 278 บาท(ค่าส่ง)เท่านั้นเอง แถมถ้าสั่งปุ๊บพรุ่งนี้รอรับของที่บ้านได้เลย บริการเร็วอย่างกับนั่งมอไซต์ไปปากซอย
ได้เหล็กแป๊บมาแล้วก็จัดแจงพ่นสีเหล็กให้เป็นสีดำ **ก่อนพ่นสีจริงและสีรองพื้น ควรทำความสะอาดเหล็กด้วยน้ำสบู่/ผงซักฟอก** จากนั้นก็พ่นสีรองพื้น ทิ้งไว้ให้แห้งแล้วพ่นสีจริง

พ่นสีรองพื้นสีเทา

แห้งแล้วก็พ่นสีดำด้านทับไป

ประกอบตามแบบที่ร่างไว้

เสร็จแล้วไปประกอบติดผนังกันเลย

ราวที่ 1
ราวที่ 2
ราวที่ 3

คราวนี้มาต่อกันที่งานไม้(พาเลท)กันเลย
| ส่วนของงานไม้พาเลทนั้น… |

ไม้พาเลทที่ผมเลือกใช้หาซื้อจากร้านแถวๆบ้าน ย่านบางนา-ตราด กม.20 ร้านนี้เสิร์ชเจอในกูเกิ้ลอีกเช่นกัน แฟนพันธุ์แท้กูเกิ้ล
ร้านนี้เค้าโฆษณาว่าไม้พาเลทเกรทเอ เนื้อขาว ซึ่งราคาก็ไม่แพง ราคามาตรฐานอยู่ที่ 180 บาทต่ออัน ในร้านมีหลายขนาดให้เลือก
ผมเลือกซื้อมาสองแบบ แบบแรกเป็นพาเลทนอกยุโรปขนาด 80×120 ราคา 180 บาท 8 อัน(**ใช้ทำเตียงนอน) และอีกอันเป็นพาเลทญี่ปุ่น(**เอามาทำโต๊ะ) ขนาด 86×135 ตัวนี้ถูกมากและเนื้อสวยมากๆราคาแค่ 100 บาทเท่านั้นเพราะเป็นขนาดที่ไม่นิยมกัน เลยเอามา 1 อัน พร้อมกับซื้อไม้แกะแล้วแบบยกมัด 10 แผ่นขนาด 10×120 มาอีก 1มัดในราคาแค่ 100 บาท รวมเสียกะค่าพาเลทไปแค่ 1,640 บาทเท่านั้นเอง แหล่มกบ

อันที่เป็นไม้สีเข้มมีตราปั้มสวยๆคือของญี่ปุ่น(ทางร้านว่างั้น) ที่จะเอามาทำโต๊ะวางของ วางคอมฯ

เริ่มจากงานยาก งานละเอียด ขัดเสี้ยนด้วยกระดาษทรายเบอร์ 5

รวมอุปกรณ์ที่ต้องใช้ >> กระดาษทรายหยาบ และละเอียด , สีย้อมไม้ , แปรงขนอ่อน และแรงงานตัวเอง

ขั้นตอนต่อไปก็ละเลงสีย้อมไม้กันเลย ผมทำตามวิธีที่ข้างแกลอนแนะนำเลย คือต้องทารอบแรก ทิ้งให้แห้งแล้วขัดด้วยกระดาษทรายละเอียด ทาซ้ำรอบ 2 แล้วขัดด้วยกระดาษทรายอีกรอบ ส่วนรอบที่ 3 หรือรอบสุดท้ายแค่ทาแล้วปล่อยให้แห้งสนิท

พอชัดเสร็จหมดแล้ว ได้เวลาแยกมาทำโต๊ะอเนกประสงค์
| ในส่วนของการทำโต๊ะอเนกประสงค์นั้น… |

เริ่มด้วยการตัดแบ่งไม้พาเลทออกเป็น 2 ส่วน แล้วเก็บงานขัดไม้ ทาสีย้อมไม้กันอีกรอบ

ทากาวลาเท็กซ์ไม้ ให้ทั่วในบริเวณที่จะประกบไม้เข้าด้วยกัน

ประกบไม้เสร็จแล้วก็จะได้แบบนี้เลย

เพิ่มความเก๋ไก๋สไลเดอร์ของโต๊ะด้วยตัวล็อค “สายยู”

เสร็จเรียบร้อยหน้าตาแบบนี้เลย

มาต่อที่ส่วนของแผ่นไม้ ชั้นวางของที่จะใช้ไม้พาเลทขนาด 10×120 มาต่อกัน ซึ่งการต่อของผมก็แสนจะง่าย 5555 แค่เอาไม้ประกบเป็นคานด้านใต้ 2 ฝั่งหัวท้าย แล้วยึดไม้เข้าด้วยน็อตตามมีตามเกิด -.-” มีน็อตแบบไหนก็ใช้แบบนั้นฮะ

หลังจากยึดไม้แล้วก็ ขัดและทาสีย้อมไม้ไปตากแดด

เจาะรูไม้ตามขนาดท่อแป๊บ อุปกรณ์ในการเจาะไม้หาซื้อได้ตามร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไปราคาไม่แพงครับ ไม่เกิน 200-300 บาท ซึ้อแล้วคุ้มฮะ

ได้เวลานำไปประกอบเข้ากับตัวท่อแป๊บ ตามขนาด ตามแบบต่างๆ

ประกอบแล้วอย่ารีรอครับ ไปติดตั้งกันเลย

ยึดราวฝั่งผนังเสร็จหมดแล้ว รวมทั้งดาร์ดบอร์ดแสนรัก

จากนั้นก็ยึดชั้นวางหมวกบนหัวเตียง

แล้วก็มาถึงโค้งสุดท้าย ชิ้นสุดท้ายสำหรับงานตกแต่งครั้งนี้…. มาดูกันว่ามันจะออกมาเป็นอะไรครับ
ก่อนอื่นนำไม้พาเลทที่ขัดไว้ดีแล้วทั้ง 2 อัน มาแยกส่วนเอาขาออกให้หมด เหลือแค่ส่วนด้านหน้าที่เป็นกระดานเอาไว้…
จากนั้นก็นำมาประกบติดเป็นแผ่นเดียวกันด้วยการเอาไม้มายึดตรงกลางรอยต่อ

สุดท้ายก็ได้เวลาอัดรูปเพื่อมาตกแต่งเพิ่มเติม เพิ่มความสุนทรีย์ในห้องสักหน่อย ผมเลือกอัดรูปจากที่ตัวเองเคยถ่ายมา ผมว่ามันทรงคุณค่าทางจิตใจดีนะ ห้องตัวเองจะมีรูปที่คนอื่นถ่ายมันก็ไม่แนวป่ะ ส่วนกรอบรูปที่ใช้ผมหาขนาดตามที่ต้องการยากมาก จึงได้สั่งตัดกรอบร้านลุงแถวๆบ้าน

เป็นอันเสร็จหมดทุกอย่าง มาดูกันว่าหลังจากจัดห้องแล้วหน้าตาจะออกมาเป็นยังไงบ้าง ตามมาดูกันเล๊ยยยยยย

ผนังฝั่งประตูทางเข้าห้องนอน

โต๊ะไม้พาเลทที่แสนจะภูมิใจ ได้สั่งตัดกระจกมาวางปิดหน้าเพื่อทำเป็นโต๊ะได้ด้วย
ที่สำคัญวางของแล้วมองเห็นได้อีกต่างหาก เหมาะมากสำหรับคนชอบหาของไม่เจอ

โต๊ะไม้พาเลท
ราวแขวนเสื้อผ้าแบบเปลือย
ราวแขวนกางเกงแนวๆ
ชั้นวางซีดี วางหนังสือก็ได้นะ

เตียงนอนไม้พาเลท มีช่องว่างสำหรับเก็บของได้ด้วย เป็นไอเทมที่คุ้มค่ามาก

เตียงนอนไม้พาเลท

ในด้านฝั่งที่นอน และชั้นวางหมวก อาจมีการต่อเพิ่มชั้นไปในอนาคต ตามปริมาณหมวกที่เพิ่มขึ้น

ฝั่งที่นอน และชั้นวางหมวก
ชั้นวางรองเท้า(ส่วนนึง)

มาจบสุดท้ายด้วยมุมที่นอนมองเห็นทุกคืน

ห้องนอน

จบแล้วกับการทำห้องนอนกลิ่นอาย Industrial Loft ในแบบของผม หวังว่าจะเป็นไอเดียของผม จะเป็นประโยชน์และเป็นแรงฮึดให้กับคนที่อยากทำห้องด้วยตัวเองกันนะฮะ

สรุปห้องนี้ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด อยู่ที่ 18000+ นิดหน่อย ถือว่าคุ้มค่าการลงทุนลงแรงทีเดียวครับ
ค่าวอลเปเปอร์ 5700
ค่าแป๊บเหล็ก 3700+ค่าส่ง 278
ค่าไม้พาเลท 9 อัน 1640 บาท
ค่าชั้นวางหมวกที่ซื้อจากโฮมโปร ไม่เกิน 350 บาท
ค่าปริ้นรูป+กรอบ ประมาณ 550 บาท
ค่าตู้โชว์อีเกีย 1990 บาท
edit : ค่าไพรเมอร์รองพื้น+ค่าสีโมเม้นโต+เคลียร์โค้ดประมาณ 1700 บาทต่อ 1 ชุด ผมใช้ 2 ชุดเท่ากับประมาณ 3400 บาทครับ แต่ทั้งนี้ผมมีส่วนลดเงินสดของ Home Pro อยู่จึงได้ส่วนลดมากกว่าปกติ ทำให้การบอกราคาผิดพลาดครับ ต้องขออภัยอย่างสูง  *อิงราคาขายหน้าเว็บต่างๆก่อนนะครับ เนื่องจากผมไม่ได้เก็บบิลไว้ เลยพูดรายละเอียดราคาได้ไม่ชัดเจนนัก
ค่าสีย้อมไม้+เครื่องมือ ประมาณ 850 บาท
ค่าเครื่องมือจิปาถะประมาณ 500 บาท


ที่มา : คุณ เบชิต้าน้อย แห่งดาวนาแมกซ์ จากเว็บไซต์ pantip.com